เพลง : ก่อนบทเพลงจะหมดความหมาย
ศิลปิน : แสตมป์ Stamp 7thScene Feat. ป๊อด โมเดิร์นด๊อก,บอย โกสิยพงษ์,นภ พรชำนิ,เบน ชลาทิศ,คิว ฟลัว, โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ และ ตรัย ภูมิรัตน

ถ้าวันพรุ่งนี้โลกที่เธออยู่ จะไม่ได้ยินบทเพลงของฉัน
ถ้าวันพรุ่งนี้ ไม่มีเพลงใหม่ ไม่มีบทเพลงในความทรงจำ
ถ้าวันพรุ่งนี้ฉันพบคำตอบว่าสิ่งที่ทำไม่มีความหมาย
ถ้าวันพรุ่งนี้ไม่มีทางออก มืดมนจนเดินต่อไปไม่ได้
ถ้าถึงพรุ่งนี้แล้วทุกๆสิ่งที่เราได้เคยฝัน จะเป็นแค่เรื่องร้ายๆแล้วจบ
ไม่มีใครรู้พรุ่งนี้จะเป็นเช่นไร จึงอยากจะเขียนเพลงนี้แทนหัวใจ ฝากเธอไว้

ก่อนที่ความฝันจะล่มสลาย ก่อนที่บทเพลง จะหมดความหมาย

ก็คงจะฝืนไม่ได้ คงรู้ดีและเข้าใจ ไม่มีอะไรบนโลกใบนี้ที่คงอยู่ได้เสมอไป
มีวันที่ขึ้น ก็ต้องมีวันที่ลง เหลือเพียงความหวังสุดท้าย ความรักเท่านั้นที่มั่นคง
แม้วันนี้จะมืดจะมองไม่เห็นเส้นทางข้างหน้า
ผมก็จะเขียนเพลงด้วยความรักจนหยุดสุดท้ายของน้ำตา

ต่อจากนี้ไม่ว่าจะเป็นเช่นไร (ไม่ว่าจะเป็นเช่นไร)
ก็จะร้องเพลงด้วยความรักจากหัวใจ (ใช่) ต่อไป (และจะทำมันต่อไป)

ก่อนที่ความฝัน (ขอมอบเพลงนี้ไว้ให้คุณ เก็บไว้) จะล่มสลาย
(คงไม่รู้ว่ารักนั้นเปลี่ยนไป ) ก่อนที่บทเพลง
(ถึงวันพรุ่งนี้จะเปลี่ยน เหมือนวันที่เราเคยเคียง ผมก็จะรักคุณ รักคุณ)จะหมดความหมาย
รักคุณตลอดไป ทำอย่างไรกับวันที่ไม่มีหนทาง ขอระบายให้เธอได้รู้บ้าง
นับจากนี้แม้โลกจะไม่เป็นดังฝัน จำเอาไว้ จับมือฉัน เราจะยังมีกันและกันเสมอ

บอกว่ารักเธอ ขนาดไหน จะบอกว่ารักเธอ เพราะฉันมั่นใจ
บอกเอาไว้ก่อน บอกผ่านเพลงนี้ก่อน ก่อนจะไม่เหลืออะไรให้ฉันอีกต่อไป
บอกเธอไว้ก่อน สิ่งเดียวที่แน่นอน ก็คือรักจะทำให้ฉันสู้ต่อไป
จะบอกกับเธอว่ารักเธอ รักเธอเสมอ ไม่ว่าวันพรุ่งนี้มันจะเป็นอย่างไร
ความมั่นใจของฉันก็จะไม่เปลี่ยนไป

ก่อนที่ความฝันจะล่มสลาย ก่อนที่บทเพลง จะหมดความหมาย
ผมยังจะรักคุณ รักคุณ ผมยังจะรักคุณ รักคุณ ผมยังจะรักคุณ รักคุณ ผมยังจะรักคุณ รักคุณ ต่อไป
(ให้บทเพลงนี้ แทนใจฉัน บทเพลงนี้ให้เธอหมดรักที่มี ให้บทเพลงนี้ แทนใจฉัน ให้บทเพลงนี้ ให้เป็นของขวัญ)
เปลี่ยนไปทุกอย่างจากเมื่อวาน มีแค่ความฝัน จับมือฉันจำเอาไว้

 ...อยากจะไม่บอกว่าอาลัย แต่ก็ไม่วายคิดถีงเธอ

ทั้งๆที่คิดว่าลืมหมดแล้ว ความรู้สึกแบบนั้น แต่พอฟังเพลงนี้ทุกอย่างก็กลับมา...

ฉัน เกลียด คน อย่าง เธอ จริง จริง. . .

 

Subject : ด้ายแดง (อ่านแล้วอ่านอีก)

....ในหลายๆ ความเชื่อเกี่ยวกับความรัก และคู่ชีวิต ..
ความเชื่ออันนึงที่เชื่อว่า.. คู่ชีวิตที่แท้จริง
จะมีด้ายสีแดงผูกที่นิ้วก้อยข้างซ้าย เชื่อมกันไว้
รอจนวันนึง..ด้ายสีแดงนี้จะนำให้เขาทั้งสองมาพบกัน
และรักกันในที่สุด..


.....หลายๆ คนอาจจะเชื่อ
แต่คงไม่เชื่อมากเท่าผมแน่ๆ..
เพราะผมเห็น...
เห็นด้ายสีแดงที่นิ้วก้อยข้างซ้ายของผม..
ด้ายที่ผูกติดตัวมาตั้งแต่จำความได้..
ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่าปลายอีกข้างนึงของมัน จะผูกติดกับใคร

นั่นแหละคือสาเหตุที่ผมเดินทางหาปลายอีกด้านนึงของมัน..


.....เด็กหนุ่มคนนึงที่ต้องการตามหาสิ่งที่ท้าทายที่สุดในชีวิตของเขา..
ไม่มีใครรู้ว่าสิ่งที่เค้าตามหาจะอยู่ไกลขนาดไหน..
และไม่รู้ว่าจะมีหรือไม่..
แต่เค้าก็เริ่มเดินทาง..


การเดินทางไปตามด้ายสีแดงตรงปลายนิ้วก้อย..การเดินทางที่รู้ทางเดิน..
แต่ไม่รู้จุดหมาย..
.....ผมเดินทางไปตามเมืองต่างๆ ที่ด้ายสีแดงของผมพาดผ่าน.
ได้พบ ได้เห็นอะไรหลายๆ อย่างที่ไม่มีทางจะได้เจอในเมืองของผม
ใจนึงก็คิดว่าเป็นการเรียนรู้ที่ดี..
แต่มันก็ไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริง..
เป้าหมายของผมคือ.. ปลายด้ายสีแดง...
.....และแล้วผมก็ได้เพื่อนร่วมเดินทาง..


เมื่อวันนึงผมพบกันผู้หญิงที่ตามหาปลายอีกด้านนึงของด้ายแดงเหมือนกัน..
แต่เธอคงไม่ใช่ปลายด้ายแดงของผมหรอก..
เพราะด้ายแดงของผมยังไปอีกไกล...
.....เราพบกันโดยไม่ได้ตั้งใจ
และก็ไม่ได้เป็นการพบกันที่ทำให้ผมพอใจมากนัก..
บอกตรงๆ เธอไม่ใช่ผู้หญิงในสเปคของผมเลย..
แถมเราทะเลาะกันตั้งแต่เจอกันครั้งแรก
แต่เราก็ร่วมเดินทางด้วยกัน



เพราะด้ายสีแดงของเธอกับของผมมันไปทางเดียวกันน่ะสิ.
.....ก็ยังดีนะ ที่ผมไม่ได้เดินทางคนเดียว
อย่างน้อยก็มีเพื่อนร่วมทาง
ที่เห็นและตามหาปลายอีกข้างนึงของด้ายแดงเหมือนกัน..
....การเดินทางร่วมกันของเราทำให้
ผมเห็นตัวจริงของผู้หญิงคนนี้มากขึ้น..
เป็นตัวจริงที่น่าเคารพ น่าให้เกียรติในฐานะผู้หญิงคนนึง..
จะว่าไปเธอก็นิสัยดีนะ
ตอนที่ทะเลาะกันครั้งแรกคงเป็นการเข้าใจผิดซะมากกว่า

ความรู้สึกของผมที่มีต่อเธอเริ่มดีมากขึ้นเรื่อยๆ..

มีอยู่ครั้งนึงที่ผมคิดว่าถ้าปลายด้ายแดงอีกข้างนึงของผม
ไปหยุดอยู่ที่นิ้วก้อยของเธอก็คงจะดี..
มันก็ไม่แน่นะ..
ถ้าเป็นจริงผมก็คงมีความสุข.. แต่ถ้าไม่ใช่ ..

ผู้หญิงคนนั้นคงเป็นผู้หญิงที่วิเศษกว่าเธอคนนี้แน่ๆ ..


ยิ่งผมได้รู้ว่าเพื่อนร่วมเดินทางของผมเป็นผู้หญิงที่วิเศษเพียงใด
ผมก็ยิ่งอยากให้ผมเจอปลายด้ายแดงของผมไวๆ ..
ผู้หญิงที่ดีกว่าผู้หญิงคนนี้
ผู้หญิงที่เป็นเนื้อคู่ของผมจะเป็นยังไงน๊า..

.....นานขนาดไหนก็ไม่รู้ที่เราร่วมเดินทางด้วยกัน..
ผมยอมรับว่าเธอเป็นเพื่อนร่วมเดินทางที่ดีที่สุด..
เราช่วยเหลือกันมาตลอด..
แต่มันก็คงจะสิ้นสุดแล้วล่ะ.. เพราะด้ายแดงของผมกับเธอ มันแยกกัน..
ตรงทางแยกพอดี..
ทางแยกนี้มันแยกไปสู่เมืองสองเมือง ..
ด้ายของผมแยกไปทางขวา..
มุ่งสู่เมืองบนยอดเขา
ซึ่งผมเชื่อว่าคงเป็นปลายด้ายของผมแล้วล่ะ ..
เพราะเมืองนี้อยู่ยอดเขาพอดี..
ส่วนของเธอแยกออกไปที่เมืองข้างล่าง..
.....เรายืนคุยกันตรงทางแยกซักพักนึง
เพื่อกล่าวคำอำลาและแสดงความยินดีซึ่งกันและกัน
เราจะได้เจอจุดหมายของเราซักที..


ข้อตกลงสุดท้ายของเราก่อนจะแยกจากกันคือ
เราจะกลับมาเจอกันที่ตรงทางแยกนี้
ไม่ว่าจะเจอ หรือไม่เจอปลายด้ายแดงก็ตาม..
เราตกลงกันตามนี้..
แล้วเราก็แยกทางกัน....
.....ผมรู้สึกแปลกๆ ที่ต้องกลับมาเดินทางคนเดียว


ทำให้ผมไม่ดีใจมากนักที่รู้ว่า
ปลายด้ายของผมจะไปสุดตรงที่เมืองตรงยอดเขา
ผมเดินแยกจากเธอไปช้าๆ.. ในหัวมีแต่เรื่องต่างๆ
ที่เกิดขึ้นตอนที่เราเดินทางด้วยกัน..
ความประทับใจต่างๆ
ที่เกิดขึ้นตลอดการเดินทาง.. ความรู้สึกดีๆ
ที่เรามีให้กัน..
.....และแล้วผมก็หยุดเดิน ..
หยุดห่างจากทางแยกไม่ไกลเท่าไหร่..
แล้วผมก็วิ่งกลับไปยังทางแยกนั้นอีกครั้ง..
ไม่มีเหตุผลที่ผมทำแบบนี้เลย..
แต่ก็ทำ.. ผมกลับไปถึงทางแยกนั้นอีกครั้ง..
ซึ่งเธอก็นั่งอยู่ที่นี่อยู่ก่อนแล้ว..
.....เรานั่งคุยกันซักพัก..


ผมบอกเธอไปว่าผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมผมถึงกลับมา..
ส่วนเธอ..
เธอบอกว่าเธอกลัว..
กลัวว่าจะไม่มีใครตรงปลายด้ายแดงของเธอ
แล้วเธอก็ร้องไห้..
เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นเธอร้องไห้..


.....สิ่งที่ผมภูมิใจมากกว่าตัดสินใจการออกเดินทางตามหาคู่ชีวิตของผม
..คือการตัดสินใจครั้งนี้แหละ..
ผมเช็ดน้ำตาให้เธอ .. ตัดด้ายแดงของผม และเธอออก
แล้วผูกเข้าด้วยกัน...
ผมไม่รู้หรอกว่าเธอจะโกรธผมรึเปล่าที่ผมทำแบบนี้..
อยากจะถามเธออยู่หรอก
แต่เธอก็ร้องไห้ไม่หยุด.. และกำลังกอดผมอยู่...

" อยากให้ด้ายแดงของเราผูกกัน "

edit @ 10 Sep 2008 23:36:56 by Vayu

edit @ 10 Sep 2008 23:38:37 by Vayu

11/2003

posted on 10 Sep 2008 23:11 by vayu-jib

" บางครั้ง ... อีกด้านของความปวดร้าว ก็เป็นสิ่งดี ... เจ็บหนักกับชีวิตมากเท่าใด
เราก็เข้าใจอะไร ๆ มากขึ้นเท่านั้น จากที่เคยวิ่งเร็ว ... ล้มง่าย ก็กลายเป็นเดินช้า ... แต่หนักแน่น
บางคนล้ม ... และลุกขึ้นนับหนึ่งใหม่ ในเวลาอันสั้น ... ขณะที่บางคน ... ล้มลง ... ยาวนาน
เจ็บหนักเพื่อเข้าใจในอะไรบางอย่าง ...
หลายครั้ง ... ที่ใครบางคนอยากจะร้องไห้
แต่ไม่บ่อยครั้ง ... ที่ชีวิตจะอนุญาติให้คุณได้ฟูมฟาย "

หัดลองทำ 10 สิ่งนี้ดู :

1. หัดคิดแต่ด้านบวก แล้วเราจะรู้ว่ามีแต่สิ่งที่เป็นไปได้
2. หัดฝัน แล้วเราจะรู้ว่าโลกนี้น่าอยู่
3. หัดพูดแต่ด้านบวก แล้วเราจะรู้ว่ามีคนอีกมากมายที่รักเรา
4. ลองเขย่งดูสิ แล้วเราจะรู้ว่าเรายังสูงขึ้นอีก
5. ลองทำบ้าดูสิ แล้วเราจะรู้ว่าคนอื่นก็กลัวเราเป็นเหมือนกัน
6. ลองทนดูสิ แล้วเราจะรู้ว่าเรามีความอดทนยิ่งกว่าใครๆ
7. หัดฟาดฟันกับอุปสรรคดูสิ แล้วเราจะรู้ว่าเราคือคนที่เข้มแข็ง
8. ลองออกกำลังกายทุกวันดูสิ แล้วเราจะรู้ว่าเราคือมนุษย์เจ้าพลังคนหนึ่ง
9. หัดยิ้มดูสิ แล้วเราจะรู้ว่าเราคือคนที่น่ารัก
10. ลองคิดการใหญ่ดูสิ แล้วเราก็จะรู้ว่าเรามีความฮึกเหิมอย่างน่าแปลกใจ

ทุกๆคืนที่มองขึ้นไปบนท้องฟ้า ก็จะเห็นดวงดาวมากมาย . . .
บางดวงกระพริบ บางดวงแสงนิ่งๆ บางดวงเกาะกันเป็นกลุ่ม บางดวงก็อยู่โดดๆ

แต่ก็มีดาวดวงหนึ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คือ พระจันทร์
พระจันทร์ช่างแตกต่างจากดาวดวงอื่นๆ เพราะทุกครั้งที่มองขึ้นไป
พระจันทร์จะแตกต่างกันในแต่ละวัน
วันนี้เห็นครึ่งเสี้ยว วันนั้นเห็นเต็มดวง วันโน้นมองไม่เห็นเลย
ก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมพระจันทร์ถึงเป็นอย่างนั้น อย่างโน้น อย่างนี้
แต่ที่เข้าใจก็คือ . . . พระจันทร์ถึงแม้จะเปลี่ยนไปเป็นอย่างไร
พระจันทร์ก็ยังคงเป็นอย่างนี้ วันนั้นเคยเต็มดวง สักวันก็ต้องกลับมาเต็มดวง

เวลาที่มองพระจันทร์ บางครั้งก็ไม่ได้ยืนดูอยู่นิ่งๆนะ
ชอบเวลาที่มองอยู่ในรถ (วิ่งเร็วๆ)
จะเห็นสิ่งต่างๆที่ผ่านรถไปอย่างรวดเร็ว
แต่ที่ไม่เห็นว่ามันจะผ่านไปไหนก็คือ พระจันทร์
ถึงแม้จะวิ่งไปไกลสักเพียงไหน เร็วสักเท่าใด
พระจันทร์ก็ยังอยู่ใกล้ๆบนท้องฟ้า เหมือนกับวิ่งตามมา
แต่ความจริงแล้ว พระจันทร์ก็ไม่ได้วิ่งไปไหน พระจันทร์ฺยังคงอยู่ที่เดิม
ยังอยู่ใกล้ๆอย่างนี้ตลอดไป

ก่อนนอนก็มักจะเดินออกมาดูว่าพระจันทร์ตอนนี้กำลังอยู่ส่วนไหนของท้องฟ้า
และตอนที่นอน ถึงแม้จะมองไม่เห็นพระจันทร์ แต่ก็ยังรู้สึกว่ามาอยู่ข้างๆ
พอตื่น . . . ก็ยังเห็นพระจันทร์อยู่บนท้องฟ้า และค่อยๆหายไปเพราะแสงอาทิตย์
แต่ก็ยังรอให้พบได้เจอพระจันทร์อีกครั้งหลังพระอาทิตย์ตกดิน...

edit @ 10 Sep 2008 22:57:04 by Vayu

ในวันที่ฝนตก

posted on 08 Sep 2008 21:46 by vayu-jib
และแล้ว ก็หาที่บ่นได้ซะที..Diary ก็มีอ่ะนะแต่ขี้เกียจเขียน..มันเมื่อยมือ..พิมพ์ง่ายกว่า